ผลกรรมของคนขี้นินทา
posted on 05 Sep 2009 15:44 by stronger
ถ้าน้องตามอ่านบล็อกของพี่อย่างเงียบๆ ทุกวัน
ถ้าน้องกำลังรอคอยให้พี่พูดอะไรบ้าง
วันนี้พี่ก็ขอพูดล่ะนะ
ความจริงพี่เห็นความผิดปกติของน้องมาได้สักระยะนึงแล้วล่ะ
ถ้าน้องลองกลับไปย้อนนั่งคิดดูน้องก็จะรู้ว่า
หลังๆ พี่ก็ไม่กล้ากวนน้องเท่าไหร่
จนกระทั่งพี่ไปเห็นน้องพูดอะไรสักอย่าง ท่าทางคงไม่สบายใจ
ก็เลยเข้าไปถามดู หวังว่าให้น้องได้ระบายสิ่งที่มันเกิดขึ้นบ้าง
น้องกลับตอบมาว่า โดยมีใจความสรุปว่า
ให้พี่อยู่ห่างจากน้องสักระยะนึง
พี่รู้สึกแปลก ๆ กับน้องนิดหน่อย
แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องส่วนตัว
คิดว่าน้องอาจจะต้องใช้ความคิดจัดกับการปัญหา
น้องติดต่อหาพี่อีกครั้ง เพื่อตอบคำถามของพี่
น้องบอกว่าไม่กล้าพูดกับพี่ตรงๆ
เวลาพี่อารมณ์เสีย พี่จะน่ากลัวมาก
แล้วก็พิมพ์ข้อความมายาวพอสมควร
แต่เป็นข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต
พี่อ่านจบพี่ปล่อยโฮลั่นห้อง
ไม่เคยคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันจะมาเป็นสาเหตุเพราะพี่
นี่คือผลกรรมของพี่สินะ
พี่ยอมรับว่าพี่เป็นคนแบบนั้น พี่ขี้นินทา อย่างที่น้องบอกล่ะ
แล้วพี่ก็คิดว่าพี่คงปรับปรุงนิสัยให้เลิกนินทาไม่ได้
และพี่จะบอกว่า น้องหนีการนินทาไม่พ้นหรอก
ไม่เราได้ยินเอง ก็ได้ยินจากคนอื่นเอามาบอกต่อ
พระเจ้ายังโดนนินทาเลย
คนตายนอนอยู่ในโลง ไม่รับรู้ หูดับตลอดกาล
ก็ยังโดนนินทาในงานศพของตัวเอง
มันขึ้นอยู่ที่เราไม่ใช่เหรอว่าเราจะวางเฉยกับการนินทาได้แค่ไหน
แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้
ทำให้พี่คิดว่าพี่คงต้องเลือกคนที่จะคุยด้วยมากขึ้น
และพี่ขอโทษที่เอาเรื่องอะไรต่อมิอะไรไปเล่าให้ฟังบ่อยๆ
ซึ่งอาจจะทำให้น้องรำคาญ บางทีถึงขั้นเครียดตาม
ปวดหัวจนไมเกรนเริ่มถามหาและไม่คิดเคยคิดเลยว่า
พี่จะทำร้ายร่างกายของน้องทางอ้อม
พี่เคยถามเพื่อนที่น้องก็รู้จัก
ถามว่า เคยคิดอยากจะเลิกคบพี่เพราะเหตุผลพวกนี้ไม๊
เพื่อนตอบกลับมาว่า
"ไม่เคยคิด ไม่เคยสนใจด้วยว่าจะเป็นยังไง
ไม่สนใจว่าพี่จะเอาไปนินทาต่อหรือไม่
เพราะถ้าสนใจ คงไม่เล่าเรื่องส่วนตัว
เรื่องครอบครัว เรื่องบางเรื่องที่น่าจะเป็นความลับ"
พี่ย้อนกลับไปคิด พี่ก็น้ำตาซึมทุกครั้ง
พี่ไม่ได้เห็นน้องเป็นที่ระบายอารมณ์
พี่เห็นว่าน้องเป็นน้องสาวของพี่คนนึง
น้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกัน
ทั้ง ๆ ที่เราอยู่กันคนละที่ พ่อแม่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
ซึ่งมันจะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ใช่หรือ?
แต่พี่คงแบ่งความทุกข์ให้น้องมากกว่าความสุขสินะ
พี่ขอโทษอีกครั้งล่ะกัน
ความจริงเรารู้จักกันมานานพอที่จะรู้อารมณ์กันนะ
พี่ยอมรับพี่อารมณ์เสียได้ง่าย เวลาโมโหนี่คนอื่นแทบไม่กล้าเข้าใกล้
แต่พี่ก็ไม่เคยเกรี้ยวกราดหรือพาลใส่ใครนะ
มีบ้างที่อาจจะไม่พูด เพราะว่ายังนิ่งไม่พอ
เหตุการณ์ครั้งนี้พี่ไม่ได้โมโหหรอก แต่พี่น้อยใจ เสียใจ
สังเวชตัวเอง ไม่เคยคิดว่าคนที่มีเพื่อนมากมายอย่างพี่
กลับต้องมาโดนน้องที่พี่รักมากที่สุดพอ ๆ กับน้องชายตัวเอง
มาบอกว่าให้เราสองคนรักษาระยะห่างกันหน่อย
น้องคงอึดอัดมานานมาก จนทำให้พี่เสียใจ
เอาเป็นว่าพี่ทำให้น้องแล้วนะ
น้องอยู่ของน้อง พี่อยู่ของพี่
ต่อไปนี้พี่ต้องขีดเส้นสักเส้นนึงใกล้ๆ ตัว ต้องบอกกับตัวเองว่า
ห้ามเดินเลยเส้นนี้ ห้ามไปล่วงล้ำอาณาเขตของใคร
แต่พี่เปิดรับไมตรีคนอื่นที่จะเข้ามา
คงไม่ดีนักถ้าพี่จะปิดตาย งดรับความสัมพันธ์อื่น
เรื่องนี้พี่ปรึกษากับพี่บางคน และเพื่อนอีกกลุ่มนึงที่น้องรู้จัก
อย่าหาว่าพี่เอาเรื่องน้องกับพี่ไปนินทาเลย
พี่ไม่รู้จะปรึกษาใคร อีกอย่างการที่เอาไปปรึกษา
พี่ไม่ได้นินทาหรือใส่ร้ายน้องหรอก
เพราะมีเพื่อนและพี่แค่กระหย่อมนึง
(เสียเพื่อนกลุ่มนี้ไปอีกพี่คงแย่กว่านี้)
ที่คิดว่าสามารถฟังพี่ได้บ้าง
แล้วพี่คิดว่าเพื่อนพี่กระหย่อมนี้สามารถแบ่งแยกได้ว่า
เค้าควรจะทำตัวยังไงตอนเจอกับน้อง
และที่น้องบอกมาว่าน้องกลัวว่าถ้าน้องไปคุยกับคนที่พี่เกลียด
แล้วพี่จะพาลรู้สึกไม่ดีกับน้องไปด้วย
น้องคิดใหม่ดีไม๊?
พี่แบ่งแยกและยอมรับความคิดเห็นของน้องนะ
และอีกอย่างมันคือสิทธิส่วนตัวของน้อง
พี่ว่าพี่ก็เคยบอกน้องนะว่าไม่ต้องมาโกรธและโมโหตามพี่นะ
เป็นตัวของตัวเองนั่นแหละดีที่สุดแล้ว อีกอย่างนึง
พี่คงไม่บังอาจชี้นิ้วสั่งให้น้องโกรธคนนั้น โกรธคนนี้
ขนาดพี่ไม่ได้เข้าไปเห็นเอง รับรู้มาจากคนอื่น
ว่าน้องไปขอโทษคนนั้นคนนี้
เชื่อไม๊ว่าพี่รู้สึกเฉยๆ
อาจจะเป็นเพราะพี่ปลงกับน้องแล้วมั้ง
อยากทำอะไรก็ทำ
พี่ออกจะแปลกใจนิดหน่อยที่น้องกล้าเข้าไปขอโทษคนนั้น
ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าไปเห็นเองหรอก มีคนส่งลิ้งค์มาให้ดู
แต่พี่ไม่เปิดดูหรอก มีคนจับใจความให้อ่านเหมือนกัน
แปลกใจนิดหน่อย
ซึ่งแต่ก่อนน้องก็ด่าคนนั้นได้แรงมาก
แต่กับพี่ รู้จักกันมานานพอสมควร
นานกว่าไอ้คนนั้นที่น้องเข้าไปขอโทษ
ทำไมน้องไม่กล้านะ
หรือว่าบุคลิกพี่มันคงน่ากลัวอย่างที่น้องเค้าบอกจริงๆ
ความจริงคุยได้นะ พี่ยังขอยืนยัน
แต่พี่ก็คงไม่กล้าไปคุยกับน้องก่อนแล้วล่ะ
พี่ไม่รู้ว่าน้องยกระดับความสัมพันธ์หรือกำลังลดระดับความสัมพันธ์แล้วหรือยัง
บอกจริง ๆ ว่าไม่กล้า และไม่อยากลองดู
ความจริงไม่ต้องบอกขอโทษพี่หรอกนะ
มันน่าจะเป็นพี่ซะอีกที่ต้องขอโทษน้อง
ขอโทษที่ทำให้อึดอัดและวุ่นวายใจ
ขอโทษที่ทำให้น้องปวดไมเกรนบ่อยๆโดยไม่รู้ตัว
ขอโทษที่ทำให้เสียค่าโทรศัพท์เดือนนึงหลายพันบาท
และต้องโทษตัวเองที่ มันก็สมควรแล้ว
อ่อ..ลืมบอก พี่งดเข้าบอร์ดสักระยะนึงนะ
ซึ่งไม่รู้ว่านานแค่ไหนหรอก
อยากจะนิ่ง ๆ ไม่ต้องรับรู้เรื่องอะไรบ้าง
ไม่อยากไปอ่านในสิ่งที่พี่ไม่อยากอ่าน
ซึ่งระยะแรกมีอาการอยากเข้าบ้าง
แต่หลังๆ มานี่พี่ไม่เข้าแล้ว
รู้สึกว่าสบายใจกับการตัดสินใจครั้งนี้
มีพี่บางคนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
ก็ขอให้รู้ด้วยว่า ตัวพี่เองก็ยังออนเอ็ม
อยู่ทุกวัน ไม่ได้ออนก็มีโทรศัพท์เป็นทางติดต่อทางนึง
ขอบคุณที่ทำให้พี่เข้าใจโลกขึ้นมาอีกระดับ
ว่า "อะไร ๆ ในโลกล้วนไม่แน่นอน"
และขอบคุณและขอโทษในคราวเดียวกัน
มา ณ. โอกาสนี้นะ

#1 By อาจารย์ไม่ใช่อาจม on 2009-09-05 17:18